ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin

แชร์

ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศ? ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์
ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 10/02/2026

ดีป้า จัดกิจกรรม AI Transformation Roadshow ครั้งที่ 7 จ.ขอนแก่น ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569, จังหวัดขอนแก่น – ดีป้า ผนึกกำลังเครือข่ายผู้ประกอบการดิจิทัลจัดกิจกรรม �AI Transformation Roadshow ครั้งที่ 7 เร่งเครื่องส่งเสริม SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าขนาดเล็ก และเกษตรกรไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล

นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรม AI Transformation Roadshow ครั้งที่ 7 จังหวัดขอนแก่น กิจกรรมกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในโครงการ AI Transformation โดยมี นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และ นายประดิษฐ์ คงภูงา ผู้จัดการสาขาภาคอีสานตอนกลาง พร้อมผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SMEs ภาคการผลิต การค้าและบริการ กลุ่มเกษตรแปรรูป ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงเกษตรกร ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง ณ อาคาร ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนกลาง

นายยุทธพร กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบน โดยมี�ภาคเกษตรกรรมเป็นพื้นฐานสำคัญ ทั้งการปลูกข้าว มันสำปะหลัง อ้อย และพืชไร่เชิงเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน จังหวัดมีการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่อย่างต่อเนื่องผ่านอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โลจิสติกส์ และบริการด้านการศึกษาและสุขภาพ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ซึ่งขอนแก่นเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคการเกษตร เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิต การตรวจสภาพพืชด้วยโดรน และการบริหารจัดการน้ำแบบอัจฉริยะ ตลอดจนการขับเคลื่อนแนวคิดเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งช่วยให้จังหวัดขอนแก่นก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจสมัยใหม่ของภูมิภาคอย่างมั่นคง

ด้าน นายวาฤทธิ์ กล่าวว่า โครงการ AI Transformation มีเป้าหมายในการยกระดับความพร้อมของผู้ประกอบการทุกระดับ ทั้ง SMEs ผู้ค้ารายย่อย ร้านค้าขนาดเล็ก และเกษตรกร เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความสามารถในการแข่งขัน โดยการสนับสนุนของโครงการแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ การพัฒนาศักยภาพธุรกิจด้วยดิจิทัลผ่านมาตรการ d-transform สำหรับ SMEs ในสาขาการผลิต การค้า บริการ และกลุ่มเกษตรแปรรูป จำนวน 600 ราย รวมถึงการส่งเสริมการเริ่มต้นใช้งานดิจิทัลผ่านมาตรการ d-voucher สำหรับ SMEs ร้านค้าขนาดเล็ก และเกษตรกร จำนวน 15,000 ราย

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีป้า ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการวางรากฐานเพื่อยกระดับภาคธุรกิจด้วยดิจิทัล ทั้งผ่านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลของผู้ประกอบการไทยด้วยกลไกบัญชีบริการดิจิทัล รวมถึงการขับเคลื่อนตามกรอบแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับคนไทย หรือ Digital Skill Roadmap ซึ่งทั้งสองแนวทางมาพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับการดำเนินโครงการ AI Transformation ดีป้า มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการ SMEs ผู้ค้ารายย่อย ร้านค้าขนาดเล็ก และเกษตรกร�ทั่วประเทศ รวม 15,600 รายสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ และคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” นายวาฤทธิ์ กล่าว

สำหรับกิจกรรม AI Transformation Roadshow จะจัดขึ้นใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ พิษณุโลก เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น และนครปฐม โดยครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 10 – 11 กุมภาพันธ์ ณ อาคาร ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนกลาง ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ Workshop เสริมสร้างความรู้และทักษะดิจิทัล พร้อมแนะแนวการจัดทำและนำเสนอโครงการเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน กิจกรรม Showcase เทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นด้านเกษตรกรรม การส่งเสริมการขาย และการบริหารจัดการธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Provider) จำนวน 13 ราย ครอบคลุม 5 กลุ่มเทคโนโลยี ประกอบด้วย 1. เทคโนโลยีส่งเสริมการขาย 2. การเงินและจัดการบัญชี 3. ระบบดูแลธุรกิจ 4. บริหารจัดการธุรกิจ และ 5. เกษตรกรรม ในการนำเสนอเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาธุรกิจและภาคเกษตรจากผู้ประกอบการดิจิทัลชั้นนำ รวมถึงกิจกรรม Business Matching เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลพบปะและจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแนวทางหรือโซลูชันใหม่ ๆ ในการพัฒนาและขยายศักยภาพทางธุรกิจ

ผู้ประกอบการและเกษตรกรทั่วประเทศสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ AI Transformation �ได้แล้ววันนี้ – 30 เมษายน 2569 ที่ https://aitransform.depa.or.th และติดตามข่าวสารโครงการได้ทางเพจเฟซบุ๊ก depa Thailand

09/02/2026

มีผล ตั้งแต่ มิย 2568 ครับ

ดีป้า - กรมสรรพากร ชงมาตรการภาษี 200% สำเร็จ หนุน SMEs จ่ายภาษีลดลง
เมื่อนำค่าช้อปดิจิทัลบนบัญชีบริการดิจิทัล หักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพมหานคร – ดีป้า – กรมสรรพากร ร่วมผลักดันมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการแปลงเป็นดิจิทัลของ SMEs สำเร็จ หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๘๐๒) พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าสำหรับค่าซื้อ หรือค่าจ้างทำ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัลที่ได้รับขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล หวังกระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ดำเนินงาน บริหารจัดการธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๘๐๒) พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยระบุว่า ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือค่าจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัล แต่ไม่รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ หรือผู้ให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลของ ดีป้า เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นการหักรายจ่ายได้ 200% โดย SMEs ที่ซื้อ-จ้างทำ-ใช้บริการผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลบนบัญชีบริการดิจิทัลสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่ายเพิ่มได้ ซึ่งกรมสรรพากร และ ดีป้า ประเมินว่า มาตรการนี้จะกระตุ้นให้ SMEs ไทยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ดำเนินงาน และบริหารธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและขีดความสามารถทางการแข่งขัน อีกทั้งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยพัฒนาสินค้า ทั้งฮาร์ดแวร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงบริการด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการภาษี 200% และดูผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลเพิ่มเติมได้ที่ https://short.depa.or.th/tax200

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 06/02/2026

บรรยากาศวันที่สองของกิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 เป็นไปอย่างคึกคัก

โดยมีน้อง ๆ เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp (Class of 2026) เข้ากิจกรรมกันโดยพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งในเรื่องของการเดินทาง การเสริมสร้างแรงบันดาลใจ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโครงการ

ก่อนที่จะบินลัดฟ้าเพื่อเข้าศึกษาในสถาบันชั้นนำ พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดน และสัมผัสนวัตกรรม รวมถึงระบบนิเวศด้านดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกใน 9 ประเทศ



Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 30/01/2026

depa เปิดบ้านต้อนรับเลขาธิการฯ รัฐบาลฮ่องกง หารือแนวทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัล ไทย-GBA พร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำอุทยานวิทย์ฯ ระดับโลก

28 มกราคม 2569, กรุงเทพฯ – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) นำโดย ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย ดร.ปรีสาร รักวาทิน และ ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล และ นายหัสดินทร์ คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการสินทรัพย์ depa ร่วมให้การต้อนรับ Professor D**g SUN เลขาธิการด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง พร้อมด้วยผู้บริหารสูงสุดจากองค์กรขับเคลื่อนนวัตกรรมสำคัญของฮ่องกง ได้แก่ Mr. Terry Wong, CEO of Hong Kong Science and Technology Parks Corporation (HKSTP) และ Mr. Vincent Ma, CEO of Hong Kong-Shenzhen Innovation & Technology Park (HSITP) เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยและฮ่องกง

ในการนี้ ผศ.ดร.ณัฐพล ได้นำเสนอภาพรวมภารกิจของ depa ในการขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยเน้นย้ำถึงการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านโครงการสำคัญอย่าง Thailand Digital Valley ในพื้นที่ EEC ซึ่งวางเป้าหมายเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาค (ASEAN Digital Hub) ที่รองรับการทดสอบทดลองในรูปแบบ Sandbox ทั้งเทคโนโลยี 5G และโดรนขนส่ง นอกจากนี้ ยังได้ฉายภาพกลไกการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ทั้งการพัฒนา Digital Startup ผ่านกองทุน depa Digital Startup Fund ที่ได้ร่วมลงทุนไปแล้วกว่า 200 กิจการ และการขยายตลาดภาครัฐผ่าน บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ซึ่งรวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลสัญชาติไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ dSURE เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีและมาตรการส่งเสริมจาก BOI ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทย

ทางด้าน Professor D**g SUN ได้กล่าวชื่นชมบทบาทการดำเนินงานของ depa ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่เสมือน Angel Investor ช่วยวางรากฐาน Digital Startup Ecosystem ของไทยได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของฮ่องกงที่ต้องการเปิดประตูความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะการนำคณะผู้บริหารจากสองอุทยานวิทยาศาสตร์หลักมาร่วมหารือในครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและโอกาสในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการระหว่างกัน

ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกด้านศักยภาพของฮ่องกง Mr. Terry Wong ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Hong Kong Science and Technology Parks Corporation (HKSTP) ว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ตั้งอยู่ ณ Pak Shek Kok ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีกว่า 2,400 ราย และมีบุคลากรวิจัยกว่า 14,000 คน โดยมีความโดดเด่นในการบ่มเพาะธุรกิจจนสามารถสร้าง "Unicorn" ได้ถึง 13 ราย พร้อมทั้งมีเครือข่ายนักลงทุนกว่า 1,000 ราย ที่คอยสนับสนุน Startup ในกลุ่ม Deep Tech ต่าง ๆ อาทิ HealthTech, AI, Robotics และ Smart City ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ Startup ไทยที่มองหาโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล

ขณะเดียวกัน Mr. Vincent Ma จาก Hong Kong-Shenzhen Innovation & Technology Park (HSITP) ได้นำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่บริเวณพรมแดนฮ่องกง-เซินเจิ้น หรือ "The Loop" ซึ่งดำเนินงานภายใต้โมเดล "One Zone, Two Parks" พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ (Super Connector) ที่ผสานจุดแข็งด้านกฎหมายและการเงินของฮ่องกง เข้ากับศักยภาพด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของเซินเจิ้น เพื่อรองรับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่ต้องการฐานการวิจัยและการผลิตขั้นสูง

การหารือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมร่วมกัน โดยทาง depa และคณะผู้แทนจากฮ่องกงต่างเล็งเห็นถึงโอกาสในการเชื่อมโยงเครือข่าย Digital Startup และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในอนาคต เพื่อช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจและยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของทั้งสองพื้นที่ต่อไป

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

ลาดพร้าวฮิลล์
Bangkok
10900