Thai Trade Center - Chicago

Thai Trade Center - Chicago

Share

A Thai government agency that is part of the Department of International Trade Promotion (DITP), Ministry of Commerce, Royal Thai Government.

06/12/2026
06/11/2026

ข่าวเด่นเรื่อง งาน National Restaurant Show 2026 ชี้เทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมอาหารโลก

📌 เครื่องดื่มเย็นเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของธุรกิจร้านอาหาร กำลังก้าวจากสินค้าประกอบเป็นแหล่งรายได้และกำไรหลัก โดยกลุ่มที่เติบโตสูง ได้แก่ Refreshers, Dirty Soda และ Energy Lemonade ในขณะที่ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังขยายตัวต่อเนื่อง

📌 โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารมากขึ้น ผู้บริโภค Gen Z และ Millennials กว่าร้อยละ 78 พิจารณาความสามารถในการถ่ายภาพและแชร์บนโซเชียลก่อนเลือกร้าน อาหารที่ "ถ่ายรูปสวย" และมีเรื่องราวน่าสนใจช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขาย การสร้างคอนเทนต์และการเล่าเรื่องแบรนด์กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ธุรกิจร้านอาหาร

📌 ความคุ้มค่า (Value) มีความหมายกว้างกว่าราคา (Price) ผู้บริโภคประเมินความคุ้มค่าจากรสชาติ คุณภาพ ประสบการณ์ และความสะดวกในการใช้บริการร่วมกัน ร้อยละ 80 ของลูกค้าร้านอาหารบริการด่วน และร้อยละ 79 ของลูกค้าร้านอาหารบริการเต็มรูปแบบ ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายเป็นอันดับแรกโปรโมชั่นและการลดความยุ่งยากในการสั่งซื้อ การชำระเงินยังเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการใช้บริการ

📌 รสชาติอาหารโลก (Global Flavors) กำลังเข้าสู่กระแสหลัก ผู้บริโภค รุ่นใหม่ต้องการประสบการณ์อาหารที่หลากหลายและแปลกใหม่มากขึ้น อาหารเอเชีย ลาตินอเมริกา และอินเดียเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตสูงในตลาดโลก การพัฒนาเมนูที่ผสานรสชาติท้องถิ่นจากต่างประเทศจะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ

สามารถอ่านข้อมูลเนื้อหา
https://www.ditp.go.th/post/c6tgng5051t4bcurhmwda87k
ช่องทางการติดต่อสื่อสารเพิ่มเติม 📨📬📩:
➡️ YouTube https://www.youtube.com/channel/UC7o_KbE0HSjvmDsl0s4jZxg
➡️ Instagram https://www.instagram.com/thaitradecenterchicago

06/10/2026

Sip the Thai Way - A Guide to Traditional Thai Herbal Coolers 🍹🥤

In Thailand, refreshment is more than simply drinking something cold. It is a small cultural ritual shaped by climate, local ingredients, aroma, and the Thai instinct for balancing a sip of botanical wisdom passed down through families. Here is your guide to nine timeless Thai drinks, each offering a different way to taste the country.



🌺 Roselle Drink — Nam Krajeab

Brewed from dried roselle, this ruby-red cooler is loved for its bright tartness. When chilled, roselle becomes lively and crisp, with a taste profile that is tart, fruity, bright, and lightly floral. It is the kind of drink that feels especially suited to Thailand’s hot afternoons, when the palate craves something clean and vivid.

🟠 Bael Fruit Drink — Nam Matoom

Sun-dried bael slices, slow-simmered into a golden drink with a quiet, toasted sweetness. Unlike the sharp brightness of roselle, bael fruit offers a gentler personality. It is slightly sweet, earthy, and aromatic, with a warm depth that makes it comforting even when served cold.

💜 Butterfly Pea Lime Drink — Nam Anchan Manao

Blue pea flowers steeped, then twisted into a vivid purple by fresh lime juice — as much a spectacle as a drink. The flavor is mildly floral, citrusy, and refreshing, with lime adding brightness to the gentle flower note. It is a drink that looks dramatic but tastes graceful.

🌿 Pandan Drink — Nam Bai Toey

Pandan leaves are gently simmered to create a soft green drink with a comforting, almost vanilla-like aroma. It is leafy, warm, slightly sweet, and often described as having a rice-like fragrance. As a drink, Nam Bai Toey is gentle and calming, with a soft sweetness that makes it easy to enjoy.

🍋 Lemongrass Drink — Nam Takrai

Fresh lemongrass, simmered into a bright and zesty drink that wakes up every sip. Its flavor is citrusy, herbal, and lightly grassy, making it a refreshing choice for those who enjoy clean, crisp flavors without excessive sweetness.

🍃 Pennywort Drink — Nam Bai Bua Bok

Fresh pennywort leaves are blended into a vivid green tonic, creating a flavor that is grassy, earthy, and slightly bitter. It offers a refreshing contrast to sweeter herbal drinks and is appreciated for its distinctive herbal character.

🟤 Tamarind Drink — Nam Makham

Tamarind pulp is mixed with water and brown sugar to create a tangy cooler with a deep brown color and rounded fruitiness. Tamarind plays an essential role in Thai cuisine, especially in dishes that rely on sourness with complexity, such as Pad Thai, tamarind-based sauces, and certain soups. As a drink, it becomes tangy, sweet-sour, earthy, and slightly caramel-like.

🫚 Ginger Drink — Nam King

Fresh ginger slices steeped into a spicy, golden brew creating a drink that can be enjoyed warm or chilled. Its taste profile is spicy, warming, sharp, and peppery, making it very different from the floral softness of butterfly pea or Pandan leaves drinks. Even when served cold, Nam King still carries that distinctive ginger warmth, proving that refreshment does not always have to mean mildness.

🥥 Fresh Coconut Water — Nam Maprao

Fresh coconut water drawn from young coconuts is treasured for its purity and natural sweetness. It tastes light, clean, and subtly tropical, delivering an instantly cooling sensation. It is simple, but that simplicity is exactly its beauty.



Together, these drinks reveal a softer side of Thai cuisine. Whether you are wandering a riverside market, sitting down to a long Thai meal, or simply seeking a moment of pause, let one of these herbal coolers find its way to your table.

Sip slowly. Taste deeply. Sip the Thai way. 🇹🇭🍹

— — — — — — — — — — — — — — — —

จิบความสดชื่น พร้อมรับหน้าร้อนไปกับเครื่องดื่มสมุนไพรไทย 🍹🥤

หากเอ่ยฤดูร้อนของประเทศไทย ก็คงต้องนึกถึงการค้นหาความสดชื่นจากเครื่องดื่มรอบตัว
และความสดชื่นสำหรับครัวไทยที่ว่านี้ เรากำลังพูดถึงเครื่องดื่มสมุนไพรไทย ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผูกพันกับอากาศร้อน สมุนไพรพื้นถิ่น กลิ่นหอมจากธรรมชาติ และรสนิยมแบบไทยที่ให้ความสำคัญกับ “ความสดชื่น” ในทุกคำที่จิบ

ชวนทุกท่านมาคลายร้อนด้วย 9 เครื่องดื่มสมุนไพรไทยที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน แต่ละแก้วถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านสีสัน กลิ่นหอม และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์



🌺 น้ำกระเจี๊ยบ

เครื่องดื่มสีแดงทับทิมที่ได้จากดอกกระเจี๊ยบแดงตากแห้ง โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวสดใสและความหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ เมื่อนำมาแช่เย็นจะยิ่งให้รสชาติที่สดชื่น มีชีวิตชีวา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคลายร้อนในบ่ายวันอันอบอ้าวของเมืองไทย

🟠 น้ำมะตูม

น้ำมะตูมทำจากมะตูมแผ่นตากแห้ง นำมาต้มด้วยไฟความร้อนต่ำ จนได้น้ำสีทองอมน้ำตาล ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งต่างจากความเปรี้ยวของน้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะตูมมีรสหวานละมุน กลิ่นหอมอบอุ่น และความนุ่มนวลที่ชวนให้นึกถึงเสน่ห์ของเครื่องดื่มไทยโบราณ แม้จะเสิร์ฟแบบเย็นก็ยังคงให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

💜 น้ำอัญชันมะนาว

หนึ่งในเครื่องดื่มไทยที่โดดเด่นทั้งรสชาติและความงดงามของสีสัน ดอกอัญชันเมื่อนำมาแช่หรือต้มจะให้สีน้ำเงินเข้มตามธรรมชาติ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงสดใสเมื่อเติมน้ำมะนาวลงไป รสชาติของน้ำอัญชันมีความหอมละมุนแบบดอกไม้อ่อน ๆ เมื่อผสานกับความเปรี้ยวสดชื่นของมะนาว จึงกลายเป็นเครื่องดื่มที่ทั้งสวยงามและสดชื่นในเวลาเดียวกัน

🌿 น้ำใบเตย

เครื่องดื่มที่นำใบเตยสดมาต้มอย่างเบามือ จนได้น้ำสีเขียวอ่อนที่หอมละมุน ชวนให้นึกถึงวานิลลาและข้าวหอมใหม่ รสชาติหวานอ่อน ๆ ดื่มง่าย ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย กลิ่นของใบเตยยังเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยสำหรับคนไทย เพราะปรากฏอยู่ในขนมไทยนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมชั้น วุ้นกะทิ ข้าวเหนียวมูน เป็นต้น จนกลายเป็นหนึ่งในกลิ่นหอมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของครัวไทยได้อย่างงดงาม

🍋 น้ำตะไคร้

น้ำตะไคร้ทำมาจากตะไคร้สดที่ต้มจนได้น้ำสีเหลืองอ่อนกลิ่นหอมสดชื่น แม้ตะไคร้จะเป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหารไทยหลายเมนู แต่เมื่ออยู่ในรูปของเครื่องดื่ม กลับเผยให้เห็นอีกด้านหนึ่งที่นุ่มนวลกว่า ด้วยรสชาติที่มีกลิ่นอายของซิตรัส ผสานความหอมแบบสมุนไพรสด เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มรสเบา สดชื่น และไม่หวานจนเกินไป

🍃 น้ำใบบัวบก

คั้นจากใบบัวบกสดจนได้เครื่องดื่มที่มีสีเขียวเข้มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยรสชาติแบบสมุนไพรที่ชัดเจน มีความขมอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ และกลิ่นหอมเขียวสดเฉพาะตัว ความแตกต่างนี้เองทำให้น้ำใบบัวบกเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มอบความสดชื่นในแบบเรียบง่ายและไม่เหมือนใคร

🟤 น้ำมะขาม
น้ำมะขามทำจากเนื้อมะขามผสมกับน้ำและน้ำตาลทรายแดง จนได้เครื่องดื่มสีน้ำตาลเข้มที่มีรสเปรี้ยวกลมกล่อม มะขามเป็นวัตถุดิบสำคัญในครัวไทย โดยเฉพาะในเมนูที่ต้องการความเปรี้ยวที่มีมิติ เช่น ผัดไทย น้ำจิ้มซีฟู้ด หรือต้มยำบางสูตร เมื่อนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม รสชาติจะให้ทั้งความเปรี้ยวสดชื่น ความหวานละมุน และกลิ่นหอมคล้ายคาราเมลอ่อน ๆ ที่ดื่มแล้วชุ่มคอ

🫚 น้ำขิง

ทำจากขิงสดฝานบาง ๆ ที่นำไปต้มจนได้น้ำสีทองที่ให้รสเผ็ดร้อนละมุน จะดื่มอุ่น ๆ ในวันที่อากาศเย็น หรือดื่มแบบเย็นในวันที่ต้องการความสดชื่นก็ได้เช่นกัน น้ำขิงมีรสเผ็ดอุ่น ให้รสสัมผัสที่ปลายลิ้นที่คล้ายพริกไทยอ่อน ๆ พร้อมกลิ่มหอมฉุนเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากความนุ่มนวลของอัญชันหรือใบเตยอย่างสิ้นเชิง

🥥 น้ำมะพร้าวอ่อน

น้ำมะพร้าวสดจากมะพร้าวอ่อนเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจากความบริสุทธิ์และความหวานตามธรรมชาติ รสชาติให้ความรู้สึกเบา สะอาด สดชื่น และมีกลิ่นอายแบบเขตร้อนอย่างอ่อนโยน ทุกคำที่จิบมอบความเย็นชื่นใจได้ทันที ความเรียบง่ายนี่เองคือเสน่ห์ที่ทำให้น้ำมะพร้าวอ่อนเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ครองใจผู้คนมาอย่างยาวนาน




#กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
#อาหารไทย
#น้ำสมุนไพรไทย #เครื่องดื่มสมุนไพรไทย

Photos from Thai SELECT's post 06/10/2026
06/10/2026

กะทิชาวเกาะ ทุ่มงบ 10 ล้าน ลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าว ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดโลก ดันส่งออกโต 20% สวนทางตลาดกะทิไทยทรงตัว

#กะทิชาวเกาะ
#ส่งออก
#น้ำมะพร้าว
#สินค้าเกษตร
#ผู้ประกอบการ
#โรงงาน

06/10/2026

Bangkok has been named the world’s second-best city for food in Time Out’s Best Cities for Food 2026 ranking, strengthening the Thai capital’s status as one of the world’s leading culinary destinations.

The ranking placed Lima, Peru, in first place, followed by Bangkok, Mexico City, London and Barcelona in the top five. Time Out said the list was based on the views of more than 24,000 city residents worldwide, combined with input from more than 100 Time Out editors and cultural experts.

Full story link is in the first comment.

06/10/2026

🥥 “กะทิชาวเกาะ” ยอดส่งออกพุ่ง 20% ทุ่มอัพเกรดเครื่องมือแก้ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอม
-----

"ชาวเกาะ" กางแผนบริหารความเสี่ยงรับมือเอลนีโญ-แมลงศัตรูพืชระบาด ดึงเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลกตรวจสอบความบริสุทธิ์น้ำมะพร้าว 100% ตอกย้ำฐานะเบอร์หนึ่งส่งออก 80% พร้อมชูธง ESG เต็มสูบ ดันพลังงานหมุนเวียนลดต้นทุน สวนทางภาพรวมตลาดกะทิไทยปี'68 ที่โต 0% ขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย Brand Trust คว้าใจคู่ค้าระดับสากล

นายเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ โรงงานชาวเกาะ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าวในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงด้านซัพพลายเชนอย่างรุนแรง เนื่องจากในรอบปีที่ผ่านมา ประเทศผู้ปลูกมะพร้าวรายใหญ่ของโลก รวมถึงประเทศไทย ประสบปัญหาพื้นที่เพาะปลูกที่ลดลง ประกอบกับภัยแล้ง และความเสียหายจากภัยแมลงศัตรูพืช นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังต้องรับมือกับประเด็นเรื่องคุณภาพและการเจือปนของน้ำมะพร้าวในตลาด

เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและตอกย้ำฐานะผู้นำตลาดที่ส่งออกผลิตภัณฑ์กะทิและน้ำมะพร้าวไปทั่วโลกในสัดส่วนสูงถึง 80% (จำหน่ายในประเทศ 20%) บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจลงทุนนำเข้าเทคโนโลยีขั้นสูง เครื่อง CRDS (Cavity Ring-Down Spectroscopy) มาใช้ในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ โดยเครื่องดังกล่าวสามารถตรวจเช็คน้ำตาลเพื่อพิสูจน์การเจือปนในน้ำมะพร้าวได้อย่างแม่นยำ ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐาน Risk Management ของบริษัทฯ ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

---
อ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ ผ่านลิงก์ในคอมเมนต์

06/04/2026

จาก HACCP สู่ Traceability: เมื่อ Food Traceability กำลังกลายเป็นภาษากลางใหม่ของการค้าอาหารโลก

# FDA กำลังส่งสัญญาณอะไร? เมื่อ “Food Traceability” กำลังกลายเป็นภาษากลางใหม่ของการส่งออกอาหารโลก

ในอดีต...

ผู้ส่งออกอาหารจำนวนมากเชื่อว่า

แค่มีโรงงานที่ได้มาตรฐาน

มี HACCP

มี GMP

มี Certificate

ก็เพียงพอสำหรับการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

แต่วันนี้โลกกำลังเปลี่ยนไป

และสิ่งที่ผู้ซื้อรายใหญ่ทั่วโลกกำลังถามหา อาจไม่ใช่เพียงว่า

“โรงงานของคุณได้รับการรับรองมาตรฐานอะไรบ้าง”

แต่กำลังเริ่มถามว่า

“คุณสามารถติดตามอาหารล็อตนี้ย้อนกลับไปถึงแหล่งวัตถุดิบได้หรือไม่”

“หากเกิดปัญหาด้าน Food Safety คุณสามารถระบุสินค้าและลูกค้าที่ได้รับผลกระทบได้เร็วแค่ไหน”

“คุณรู้หรือไม่ว่าสินค้าล็อตนี้กำลังอยู่ที่ไหนใน Supply Chain”

นี่คือเหตุผลที่คำว่า Food Traceability กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

# # FDA กำลังมองไกลกว่าการตรวจโรงงาน

เอกสารล่าสุดของ U.S. FDA สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า

หน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้มองเพียงการควบคุมภายในโรงงานอีกต่อไป

แต่กำลังมองภาพรวมของทั้ง Supply Chain

ตั้งแต่

Farm

Processing

Distribution

Retail

จนถึงผู้บริโภค

เพราะในหลายกรณีที่เกิดการเรียกคืนสินค้า

ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่การค้นหาว่าอาหารปนเปื้อนหรือไม่

แต่คือการค้นหาว่า

“อาหารล็อตใดได้รับผลกระทบ”

และ

“สินค้าถูกส่งไปที่ใดบ้าง”

ยิ่งค้นหาได้เร็ว

ยิ่งลดความเสียหายได้มาก

# # อนาคตของการแข่งขันอาจไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพ

แต่คือ “ความสามารถในการติดตามข้อมูล”

ในอดีต

โรงงานแข่งขันกันเรื่องคุณภาพ

แข่งขันกันเรื่องราคา

แข่งขันกันเรื่องมาตรฐาน

แต่ในอนาคต

อีกหนึ่งความสามารถที่อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน คือ

“Data Visibility”

หรือความสามารถในการมองเห็นข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ผู้ซื้อจำนวนมากต้องการรู้ว่า

* วัตถุดิบมาจากไหน
* ผลิตเมื่อใด
* ผ่านใครบ้าง
* กระจายสินค้าไปที่ใด
* หากเกิดปัญหาจะเรียกคืนอย่างไร

นี่คือหัวใจของ Food Traceability

และกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Food Safety Management ยุคใหม่

# # Traceability ไม่ใช่เรื่องของเอกสาร

หลายคนเข้าใจว่า Food Traceability คือการเก็บเอกสารเพิ่ม

แต่ในความเป็นจริง

Food Traceability คือการออกแบบระบบข้อมูลขององค์กร

ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญได้ตลอดทั้งกระบวนการ

ตั้งแต่รับวัตถุดิบ

การผลิต

การเก็บรักษา

การกระจายสินค้า

จนถึงลูกค้าปลายทาง

องค์กรที่มีระบบ Traceability ที่ดี

ไม่ได้เพียงช่วยตอบคำถามของหน่วยงานกำกับดูแล

แต่ยังช่วย

* บริหารความเสี่ยง
* ลดผลกระทบจาก Recall
* สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
* เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ Supply Chain
* สนับสนุนการเติบโตในตลาดสากล

# # เมื่อโลกกำลังพูดเรื่อง Traceability

คำถามคือประเทศไทยพร้อมหรือยัง?

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารรายสำคัญของโลก

ทั้งอาหารทะเล

ผลไม้

อาหารแปรรูป

ผลิตภัณฑ์มะพร้าว

อาหารพร้อมรับประทาน

และสินค้าเกษตรอีกจำนวนมาก

ยิ่งอุตสาหกรรมอาหารโลกให้ความสำคัญกับ Traceability มากขึ้น

ยิ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องทำความเข้าใจระบบนี้อย่างจริงจัง

เพราะในอนาคต

Traceability อาจไม่ใช่เพียงข้อกำหนดด้าน Food Safety

แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กำหนดความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตและผู้ส่งออกในตลาดโลก

# # ถึงเวลาเรียนรู้ Food Traceability อย่างเป็นระบบ

Food Traceability ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

ไม่ใช่เพียงเรื่องของ Software

และไม่ใช่เพียงการทำเอกสารให้ครบ

แต่เป็นการทำความเข้าใจแนวคิด

โครงสร้างข้อมูล

การเชื่อมโยงข้อมูล

Critical Tracking Events (CTEs)

Key Data Elements (KDEs)

Traceability Lot Codes (TLCs)

และการประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตจริง

เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบ Traceability ที่สอดคล้องกับแนวทางสากลได้อย่างแท้จริง

เพราะในโลกที่ข้อมูลกำลังกลายเป็นหัวใจของความปลอดภัยอาหาร

ผู้ที่เข้าใจ Traceability ก่อน

ย่อมมีความพร้อมก่อน

และผู้ที่พร้อมก่อน

มักเป็นผู้ที่ได้รับโอกาสก่อนเสมอ

**Food Traceability ไม่ใช่แค่การติดตามอาหาร แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานอาหารโลก**

U.S.FDA ได้เผยแพร่ Discussion Paper: Identifying Additional Flexibilities for Satisfying the Food Traceability Rule’s Lot-Level Tracking Requirement ซึ่งไม่ใช่เรื่อง "การผ่อนปรนกฎหมาย" แต่เป็นการสะท้อนว่า FDA กำลังทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาระบบ Food Traceability ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในโลกธุรกิจ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือแนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารโลกกำลังให้ความสำคัญกับ

* การติดตามย้อนกลับ (Traceability)
* การมองเห็นข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Visibility)
* การจัดการข้อมูลในระดับ Lot
* การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างคู่ค้า

ดังนั้น Food Traceability จึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านกฎหมายเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบ Food Safety และการบริหารจัดการ Supply Chain ในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่อย่างชัดเจน

หากท่านสนใจอบรม FSPCA Food Traceability Rule for the Food Industry สามารถลงทะเบียนได้ที่ลิงค์ใน Comment

06/04/2026

ปีนี้เหลือร้านอาหารไทยเพียงร้านเดียวเท่านั้นที่ยังติดอยู่ใน North America’s 50 Best Restaurants 2026 หรือ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในอเมริกาเหนือ ซึ่งเพิ่งมีการประกาศผลไปเมื่อคืนที่ผ่านมา 29 พฤษภาคม ในนิวออร์ลีนส์ นั่นคือ Kalaya ร้านอาหารไทยของเชฟนก-จุฑาทิพ สุนทรนนท์ ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ที่คว้าอันดับ 11 มาครอง แม้อันดับจะลดลงจากปีก่อนที่เคยทำไว้สูงถึงอันดับ 7

สำหรับร้านอาหารที่ดีที่สุดในอเมริกาเหนือประจำปีนี้ ได้แก่ Smyth จากเมืองชิคาโก ซึ่งขยับขึ้นจากอันดับ 4 เมื่อปีก่อนมาคว้าอันดับ 1 ขณะที่ Atomix จากนิวยอร์ก เจ้าของอันดับ 1 เมื่อปี 2025 หล่นมาอยู่ที่อันดับ 7

เชฟนก ได้รางวัล North America’s Best Female Chef Award 2025 และเป็นหนึ่งในเชฟไทยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการอาหารอเมริกา เธอเป็นชาวตรังโดยกำเนิด เติบโตท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบภาคใต้ เธอไม่ได้เริ่มต้นจากห้องครัว เธอเป็นอดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพมาทำอาหารอย่างจริงจัง โดยฝึกงานกับร้านอาหารชั้นนำอย่าง Jean-Georges และร้านอาหารต่างๆ ในฟิลาเดลเฟีย เมื่อพร้อมเธอก็นำเอาชื่อคุณแม่มาตั้งเป็นชื่อร้าน Kalaya

น่าเสียดายที่ Baan Lao Fine Thai Cuisine ร้านอาหารไทยที่เคยติดอันดับ 12 ใน North America’s 50 Best Restaurants 2025 หลุดจากรายชื่อ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดของปีนี้ไป แต่เรื่องราวของร้านแห่งนี้ยังคงน่าสนใจไม่แพ้กัน ที่นี่มีเชฟณัชชา พันธ์อุเพ็ง เจ้าของร้าน เธอเคยชวนเชฟนกจาก Kalaya และเชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม จาก Potong (ภาพจากขวาไปซ้าย) มาร่วมทำ Six Hands Dinner ที่ร้านในเมืองริชมอนด์ ประเทศแคนาดา

เชฟณัชชาเป็นอดีตพยาบาลและนักวิจัยด้านมะเร็งที่ผันตัวเข้าสู่วงการอาหาร โดยเรียนรู้การทำอาหารไทยกับเชฟชั้นนำของประเทศ ทั้งเชฟชุมพล แจ้งไพร และเชฟวิชิต มุกุระ รวมถึงหลักสูตรจาก Blue Elephant Cooking School และ Mandarin Oriental Bangkok ก่อนเปิด Baan Lao ในปี 2021 นำเสนออาหารไทยไฟน์ไดนิงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารไทยชาววัง ผสมผสานกับวัตถุดิบออร์แกนิกและวัตถุดิบท้องถิ่นจากแคนาดา จนกลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารไทยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในแคนนาดา

แม้ปีนี้จะเหลือเพียง Kalaya ที่ยังรักษาตำแหน่งในลิสต์เอาไว้ได้ แต่ทั้ง Kalaya และ Baan Lao Fine Thai Cuisine ก็สะท้อนให้เห็นว่าอาหารไทยยังคงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และในปีหน้าเราคงต้องติดตามกันต่อว่าจะมีร้านอาหารไทยใดที่สร้างชื่อบนเวทีโลกได้อีกบ้าง

เรื่อง: บัณฑิต ภิญโญวัฒนชีพ
ภาพ: Gastrofilm

Want your business to be the top-listed Government Service in Chicago?

Click here to claim your Sponsored Listing.

Location

Telephone

Address


700 N. Rush Street , 2nd FL
Chicago, IL
60611

Opening Hours

Monday 9am - 12pm
1pm - 5pm
Tuesday 9am - 12pm
1pm - 5pm
Wednesday 9am - 12pm
1pm - 5pm
Thursday 9am - 12pm
1pm - 5pm
Friday 9am - 12pm
1pm - 5pm